Latest Updates

Latest Updates

ท่ามกลาง

เอาว่าท่ามกลางทุกสิ่งทุกอย่างนี่น่ะ ท่ามกลางกาย ท่ามกลางจิต ท่ามกลางธาตุขันธ์ที่ทรงที่ดำรงอยู่ทั้งหมดนั่นน่ะ ที่มีที่เป็นนั้นน่ะ ลูกก็ไม่ต้องคอยเริ่มคอยจบแบบไหนท่ามกลางนั่นเลย แล้วมันก็จะตรงต่อนิโรธ ตรงต่อดับอยู่แล้ว ตรงต่อนิโรธอยู่แล้วท่ามกลางนั่นแหละ สิ่งที่มีสิ่งที่เป็นทั้งหลายนั่นแหละ ไม่ว่ากายจะแบบไหนหรือว่าจิตจะอย่างไร ผัสสะสัมผัสนอกในทั้งหมดทั้งสิ้นนี่น่ะ ลูกก็ไม่ต้องไปคอยเริ่มคอยจบแบบไหนเลยท่ามกลางนี่แหละสัมผัสทั้งหลายนี่แหละ สิ่งที่ปรากฎสิ่งที่มีที่เป็นทั้งหลายนี่แหละ มันก็จะนิโรธให้ทันทีเดี๋ยวนั้น ฉับพลัน เรียกว่าดับ


ใช้แล้วทิ้ง

ทุกๆอย่างในโลกนี้เป็นเพียงสิ่งที่ใช้แล้วทิ้ง
 
ไม่ใช่เพียงสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆเท่านั้น แต่รวมถึงทั้งทุกข์ ทั้งสุข ทั้งกาย ทั้งใจ ความสัมพันธ์ ความเห็น ความหมายต่าง และทุกๆขณะของชีวิตไม่ว่าดีหรือเลว อารมณ์ต่างๆที่ผ่านเข้ามาไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไร ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเพียงสิ่งที่ใช้ครั้งเดียวแล้วต้องทิ้งไปทั้งนั้น

คลายความยึดติด

ก็วางทุกลักษณะจิตลูก ดูเราก็คลายตัวดูเอง รู้ก็คลายตัวรู้เอง เรียกว่าไม่ต้องกำหนดในส่วนไหนของจิต แล้วลูกก็จะได้วางจิตเป็น นอกเหนือรู้เป็น นอกเหนือเห็นเป็น ยิ่งกว่าจิตเป็น จึงค่อยจบ 

 

ทุกอย่างคือนิพพาน

ทุกอย่างก็คือไม่ต้องไม่ตั้งนั่นแหละลูก มันจะได้เป็นพลังแห่งความดับที่กว้างขวางออกไปในสรรพสิ่งในสรรพธาตุแบบไร้ขอบเขต มันจะเป็นเนื้อหาของการโปรดไปด้วยในตัว ไม่ใช่เป็นการดับเฉพาะตัวหรือดับเฉพาะในตน ดับอยู่แค่นี้

 

ธรรมะ 26 สิงหาคม 2553

คลายตัวมันเองตลอดเลยลูก ไอ้ที่คลายตัวมันเองนี่ ลูกจะมัวไปเจริญอยู่ไม่ได้น่ะ เจริญรู้เจริญเห็นอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่งั้นมันไม่คลาย มันจะไปอยู่แค่วนเวียนสัมผัส วนเวียนผัสสะ วนไปวนมา วนมาวนไป ในการรู้การเห็น เรียกว่า “ผัสสะ” ตลอด เจริญแต่ผัสสะ มันไปเจริญไม่ได้หรอกลูก ถ้าไปเจริญแล้ว มันไม่คลายตัวมันเอง นั่นแหละ ไม่ต้องเจริญตัวมันเอง แล้วมันคลายของมันเอง ลูกก็จะจบเรื่องของระบบสัมผัสและผัสสะทั้งหมดเอง ไม่วนเวียนในการเสวยรูป เสวยเสียง เสวยกลิ่น เสวยรส เสวยอารมณ์ เสวยกรรม เสวยวิบากอะไร มันจะจบ มันจะไม่มีอะไรเข้าไปเสวยอะไร เรียกว่า “นิโรธด้วยตัวมันเอง”


Recent Blog Post